ในวันนั้นที่ลูกมีความทุกข์
แม่ช่วยปลุกแรงใจให้เข้มแข็ง
ทำให้ลูกก้าวไปไม่อ่อนแรง
รักแสนแพงล้ำค่าแม่รักเรา
ในวันนี้ที่ลูกมีความสุข
แม่หมดทุกข์ปลื้มใจให้สุขสันต์
ทำเพื่อลูกปลูกรักตลอดชีวัน
รักแม่นั้นพันธ์ผูกลูกรักแม่
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
โอ้ละเห่-ฟูมฟัก…ด้วยรักเจ้า
เมื่อยามเยาว์แม่ถนอมกล่อมจอมขวัญ
เอื้ออาทร-ร้อนร้าย แม่คลายพลัน
ภัยกางกั้นแม่กล้าฟันฝ่าไป
หวังเพียงแค่ “คนดี” ที่แม่รัก
จะมีหลักอนาคตที่สดใส
ยอมลำบากยากเย็นทุกข์เข็ญใจ
ด้วยสายใยรักแน่น ไม่แคลนคลอน
แม่จ๋า…ล้านความรักจากใครเขา
หลอมรวมเข้าอาจแกร่งยิ่งดั่งสิงขร
แต่… “รัก” หญิงที่ขนานนาม “มารดร”
แกร่งแน่นอน..กว่าสิ่งใดในโลกา
แม่จ๋า…แม่คือหญิงที่ยิ่งใหญ่
เหนือเทพไท้ ทั้งสามภพจบทั่วหล้า
พระคุณล้นเกินรำพันจำนรรจา
พรรณนาเทียบได้…ไม่เพียงพอ
จะหาทิพย์จากสวรรค์ ณ ชั้นสรวง
กรองเป็นพวงแทนพลอย…ทำสร้อยศอ
หรือหยิบดาวพราวฟ้ามาทักทอ
แทนป่านปอ….เป็นของขวัญ…นั้นด้อยไป
โอ้ละเห่..ที่ฟูมฟัก “ลูกรักแม่”
สัญญาแน่..เป็นคนดีมิเผลอไผล
เพื่อทดแทนคุณความรัก…จากดวงใจ
กราบด้วย “มาลัยอักษรา” บูชาเอย
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
กลิ่นความรักหอมนวลอวลไออุ่น
มือละมุนเนียนนุ่มอุ้มโอบขวัญ
ทะนุถนอมตระกรองกอดยอดชีวัน
ประครองป้องผองภยันอันตราย
กี่สิบถ้อยร้อยคำรำพันพรอด
ที่ถ่ายทอด “คำรัก” หลากความหมาย
กี่เปรียบเปรยสรรหามาบรรยาย
ฤาเทียบสายใยรักจาก…มารดา
ครั้งที่ลูกยังเป็นเด็ก เล็กเล็กอยู่
แม่คือ “ครู” สอนอ่านเขียนเรียนภาษา
ให้คำเตือน…เสมือนแสงแห่งปัญญา
ให้วิชาคือ “รู้คิด” ที่ติดตน
ยามลูกเหนื่อยอนาทรแสนอ่อนล้า
ต้องการคำปรึกษาหาเหตุผล
แล้วหันมองรอบกาย…คล้ายมืดมน
ยังพบคนหนึ่ง…คือแม่…คอยแลมอง
แม่จ๋า…แม่คือยอดสตรีที่ประเสริฐ
แม่…เลอเลิศหนึ่งในใจไม่เป็นสอง
แม่…สูงค่ากว่าหยาดเพชรเกร็ดสีทอง
เกินยกย่องด้วยล้านคำ…พร่ำพรรณนา
หอมกลิ่นความรักนวลอวลไออุ่น
ระลึกคุณ แม่โอบอุ้มคุ้มเกศา
มือของลูกจึงเรียงร้อยถ้อยวาจา
เป็นมาลาหอม “รัก” กราบจากใจ
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก
บรรจงถักคำหวานผ่านอักษร
แทน“มาลามะลิ”สวย…ด้วยบทกลอน
กราบ “มารดร” ด้วยรักมั่น “กตัญญุตา”
หากค้นหาความรักจากทุกภพ
หลอมบรรจบเป็นรักที่มากค่า
“รักของแม่” แม้ล้านคำพร่ำพรรณนา
มิอาจหาเปรยเปรียบเทียบทดแทน
ลูกกี่คน… “แม่” เลี้ยง-รัก…ไม่พัก-ผ่อน
ถึงเดือดร้อน…เหนื่อยยากลำบากแสน
ให้ลูกอิ่ม…แม้อัตคัดจนขาดแคลน
จะแร้นแค้น…ซูบเพียงกาย…รักไม่จาง
ชีวิตลูกที่ดำเนินเดินถูกต้อง
เพราะแม่ประคับประคองไม่เหินห่าง
ยามลูกเดินหลงทิศ…ผิดเส้นทาง
แม่คือเทียนส่องสว่าง…กลางดวงใจ
แม่จ๋า…แม่พร่ำสอน…คือพรประเสริฐ
เป็น “พร” เลิศผ่องพิสุทธิ์ดุจแก้วใส
ด้วยไม่มีเคลือบแคลงแฝงเภทภัย
ลูกจดจำ…รำลึกไว้…ใช้เตือนตน
กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก
บรรจงถักเป็น”สร้อยคำ”…ที่งามล้น
สื่ออักษรกลอน “รัก” จากกมล
บูชา “แม่”…”หญิงยอดคน”…หนึ่งในใจ
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
มะลิหอมน้อมวางข้างข้างตัก
กรุ่นกลิ่น “รัก” บริสุทธิ์ผุดผ่องใส
แทนทุกคำทุกถ้อยร้อยจากใจ
เป็นมาลัย “กราบแม่” พร้อมน้อมบูชา
กี่พระคุณจากใครอื่นนับหมื่นแสน
อาจทนแทนเปรยเปรียบเทียบคุณค่า
แต่พระคุณ“หนึ่งหยดน้ำนมมารดา”ทั้งสามภพจบหล้า…หาเทียมทัน
ลูกไม่อาจเอ่ยแสดงแถลงถ้อย
หรือเรียงร้อยพจนามาเสกสรรค์
เพื่อบรรยายพระคุณนี้ที่ “อนันต์”
จึงตั้งมั่น “กตัญญุตา” ตลอดไป
หนึ่งคำ “รัก” ลูกรักแม่ แม้ค่าน้อย
ต่างเพชรพลอย ตีราคาค่ามิได้
แต่แม่จ๋า… “รักที่หนึ่ง” ของหัวใจ
มิใช่ใคร “ลูก รัก แม่” แน่นิรันดร์
ทั้งชีวิต ที่ผ่านมา แม่ผู้ให้
แบบที่ใคร ไม่สามารถ มาเปรียบเทียบ
ทั้งส่งเรียน ทั้งส่งเงิน ทั้งเสบียง
ผ้าห่าเตียง ปูไว้ให้ รอกลับมา
แม่ทำงาน แสนเหนื่อยยาก ไม่เคยบ่น
กลับอดทน ทำทุกทาง หารายได้
ให้ลูกใช้ ให้ลูกจ่าย ตามสบาย
ลูกกลับควาย ไม่เคยนึก ถึงมารดา
ลูกติดเกม ลูกติดเพื่อน แม่ไม่บ่น
ลูกมีกิ๊ก ลูกมีแฟน แม่ไม่ว่า
ลูกกลับดึก ลูกกลับเช้า แม่ไม่ด่า
ลูกติดยา ลูกติดบอน แม่อภัย
วันแม่นี้ มีหนึ่งคำ อยากจะพูด
อยากจะจูบ อยากจะหอม อยากกอดแม่
แล้วก็บอก คำๆนี้ โดยไม่แคร์
ผมรักแม่ หนูรักแม่ ที่สุดเลย…
…..ต้นกำเหนิดของน้ำคือภูเขา………ต้นกำเหนิดของเราคือพ่อแม่
…….ต้นกำเหนิดของใจใฝ่ดูแล……………… คือรักแท้ที่แม่ให้แก่กัน
…..ใครหนอใครคอยเฝ้าห่วงใยลูก……ใครช่วยปลูกความคิดประดิษฐ์สรรค์
……คอยห่วงใยรักใคร่ดั่งชีวัน…………………ใครคนนั้นคือแม่ของฉันเอง
แม่ แม่ แม่ คำนี้มีความหมาย
มีพระคุณมากมาย หลายสถาน
แม่เป็นได้หลายสิ่งหลายประการ
เป็นธนาคาร เป็นพระพรหม เป็นร่มไทร
เป็นผู้ให้ กำเนิด เกิดลูกรัก
เป็นผู้ให้ ที่พักพิง อาศัย
เป็นผู้ให้ความอบอุ่น ทั้งกายใจ
เป็นผู้ให้ อะไร อะไร ตั้งมากมาย
ลูกเจ็บไข้ แม่ก็ให้การรักษา
ลูกโตมา แม่ก็ส่ง เรียนหนังสือ
ลูกต้องการ ตำราแม่หาซื้อ
ลูกปรึกษา หารือ แม่ยินดี
ลูกคนใดกระทำกรรมแก่แม่
ลูกเลวแท้ ชั่วช้า สิ้นราศี
ลูกด่าแม่ ลูกตีแม่ ลูกกาลี
ลูกไม่ดี ทำแม่ช้ำ น้ำตานอง
น้ำตาแม่ รินไหล เมื่อลูกร้าย
น้ำตาแม่ เป็นสาย เมื่อลูกหมิ่น
น้ำตาแม่ หลั่งลง รดแผ่นดิน
เมื่อได้ยิน ลูกเสเพล เนรคุณ
พระดีดีมีในบ้านขานเรียก “แม่”
พระคุณแผ่ปกปักปองรักษา
ได้เลี้ยงดูส่งเสียบุตรธิดา
อุ้มชูมาด้วยรักสมัครใจ
โอบเอื้อเราอุ่นไอใจเอมอิ่ม
ส่งรอยยิ้มสุขสันต์ไม่หวั่นไหว
รักของแม่แน่แท้ยิ่งกว่าใคร
จะหาใดมาเทียบเปรียบพระคุณ
แม้ผิดพลั้งพลาดไปแม่ไม่ว่า
คือมาตาบุญปลูกลูกนำหนุน
สร้างชีวิตอุทิศให้เป็นทุน
มือละมุนจูงให้เดินเจริญวัย
กราบพระคุณอุ่นเอื้อเมื่อเติบกล้า
ให้มารดาสุขดีมีบ้างไหม
ลูกหลายคนดูแลและห่วงใย
ให้แม่ได้พบธรรมชี้นำทาง
ทำตนให้แม่ประจักษ์สมศักดิ์ศรี
เป็นคนดีก่อรากสู้ถากถาง
ดำรงเกียรติสมกับที่ท่านได้วาง
เป็นตัวอย่างทางดีมีปัญญา
เสียงพระสวดดังแว่วแก้วตาแม่
ทำบุญแผ่กุศลดลไปหา
ให้แม่ได้ไปสวรรค์ชั้นพรหมา
บุญนำพาสู่ภพใหม่สดใสเทอญ
กันนาเทวี
๕ พฤษภาคม ๒๕๕๒