How did you find the energy, Mom
To do all the things you did,
To be teacher, nurse and counselor
To me, when I was a kid.
How did you do it all, Mom,
Be a chauffeur, cook and friend,
Yet find time to be a playmate,
I just can’t comprehend.
I see now it was love, Mom
That made you come whenever I’d call,
Your inexhaustible love, Mom
And I thank you for it all.
A mothers like a ray of sunshine
Whose heart is just pure gold.
A mother beams with happiness
that’ll never grow old.
She’ll stay in my heart forever
As if she were inside
We’ve shared so many things,
We laughed, we smiled, we cried.
I love my mother very much
and still throughout the years
We share the mother daughter love,
and always when I fear,
I know I’ll always have my mother
somewhere very near!
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
โอ้ละเห่-ฟูมฟัก…ด้วยรักเจ้า
เมื่อยามเยาว์แม่ถนอมกล่อมจอมขวัญ
เอื้ออาทร-ร้อนร้าย แม่คลายพลัน
ภัยกางกั้นแม่กล้าฟันฝ่าไป
หวังเพียงแค่ “คนดี” ที่แม่รัก
จะมีหลักอนาคตที่สดใส
ยอมลำบากยากเย็นทุกข์เข็ญใจ
ด้วยสายใยรักแน่น ไม่แคลนคลอน
แม่จ๋า…ล้านความรักจากใครเขา
หลอมรวมเข้าอาจแกร่งยิ่งดั่งสิงขร
แต่… “รัก” หญิงที่ขนานนาม “มารดร”
แกร่งแน่นอน..กว่าสิ่งใดในโลกา
แม่จ๋า…แม่คือหญิงที่ยิ่งใหญ่
เหนือเทพไท้ ทั้งสามภพจบทั่วหล้า
พระคุณล้นเกินรำพันจำนรรจา
พรรณนาเทียบได้…ไม่เพียงพอ
จะหาทิพย์จากสวรรค์ ณ ชั้นสรวง
กรองเป็นพวงแทนพลอย…ทำสร้อยศอ
หรือหยิบดาวพราวฟ้ามาทักทอ
แทนป่านปอ….เป็นของขวัญ…นั้นด้อยไป
โอ้ละเห่..ที่ฟูมฟัก “ลูกรักแม่”
สัญญาแน่..เป็นคนดีมิเผลอไผล
เพื่อทดแทนคุณความรัก…จากดวงใจ
กราบด้วย “มาลัยอักษรา” บูชาเอย
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
กลิ่นความรักหอมนวลอวลไออุ่น
มือละมุนเนียนนุ่มอุ้มโอบขวัญ
ทะนุถนอมตระกรองกอดยอดชีวัน
ประครองป้องผองภยันอันตราย
กี่สิบถ้อยร้อยคำรำพันพรอด
ที่ถ่ายทอด “คำรัก” หลากความหมาย
กี่เปรียบเปรยสรรหามาบรรยาย
ฤาเทียบสายใยรักจาก…มารดา
ครั้งที่ลูกยังเป็นเด็ก เล็กเล็กอยู่
แม่คือ “ครู” สอนอ่านเขียนเรียนภาษา
ให้คำเตือน…เสมือนแสงแห่งปัญญา
ให้วิชาคือ “รู้คิด” ที่ติดตน
ยามลูกเหนื่อยอนาทรแสนอ่อนล้า
ต้องการคำปรึกษาหาเหตุผล
แล้วหันมองรอบกาย…คล้ายมืดมน
ยังพบคนหนึ่ง…คือแม่…คอยแลมอง
แม่จ๋า…แม่คือยอดสตรีที่ประเสริฐ
แม่…เลอเลิศหนึ่งในใจไม่เป็นสอง
แม่…สูงค่ากว่าหยาดเพชรเกร็ดสีทอง
เกินยกย่องด้วยล้านคำ…พร่ำพรรณนา
หอมกลิ่นความรักนวลอวลไออุ่น
ระลึกคุณ แม่โอบอุ้มคุ้มเกศา
มือของลูกจึงเรียงร้อยถ้อยวาจา
เป็นมาลาหอม “รัก” กราบจากใจ
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก
บรรจงถักคำหวานผ่านอักษร
แทน“มาลามะลิ”สวย…ด้วยบทกลอน
กราบ “มารดร” ด้วยรักมั่น “กตัญญุตา”
หากค้นหาความรักจากทุกภพ
หลอมบรรจบเป็นรักที่มากค่า
“รักของแม่” แม้ล้านคำพร่ำพรรณนา
มิอาจหาเปรยเปรียบเทียบทดแทน
ลูกกี่คน… “แม่” เลี้ยง-รัก…ไม่พัก-ผ่อน
ถึงเดือดร้อน…เหนื่อยยากลำบากแสน
ให้ลูกอิ่ม…แม้อัตคัดจนขาดแคลน
จะแร้นแค้น…ซูบเพียงกาย…รักไม่จาง
ชีวิตลูกที่ดำเนินเดินถูกต้อง
เพราะแม่ประคับประคองไม่เหินห่าง
ยามลูกเดินหลงทิศ…ผิดเส้นทาง
แม่คือเทียนส่องสว่าง…กลางดวงใจ
แม่จ๋า…แม่พร่ำสอน…คือพรประเสริฐ
เป็น “พร” เลิศผ่องพิสุทธิ์ดุจแก้วใส
ด้วยไม่มีเคลือบแคลงแฝงเภทภัย
ลูกจดจำ…รำลึกไว้…ใช้เตือนตน
กรองวจีเรียงถ้อยร้อยความรัก
บรรจงถักเป็น”สร้อยคำ”…ที่งามล้น
สื่ออักษรกลอน “รัก” จากกมล
บูชา “แม่”…”หญิงยอดคน”…หนึ่งในใจ
สัจจาภรณ์ ไวจรรยา poohkan(ผู้แต่ง)
มะลิหอมน้อมวางข้างข้างตัก
กรุ่นกลิ่น “รัก” บริสุทธิ์ผุดผ่องใส
แทนทุกคำทุกถ้อยร้อยจากใจ
เป็นมาลัย “กราบแม่” พร้อมน้อมบูชา
กี่พระคุณจากใครอื่นนับหมื่นแสน
อาจทนแทนเปรยเปรียบเทียบคุณค่า
แต่พระคุณ“หนึ่งหยดน้ำนมมารดา”ทั้งสามภพจบหล้า…หาเทียมทัน
ลูกไม่อาจเอ่ยแสดงแถลงถ้อย
หรือเรียงร้อยพจนามาเสกสรรค์
เพื่อบรรยายพระคุณนี้ที่ “อนันต์”
จึงตั้งมั่น “กตัญญุตา” ตลอดไป
หนึ่งคำ “รัก” ลูกรักแม่ แม้ค่าน้อย
ต่างเพชรพลอย ตีราคาค่ามิได้
แต่แม่จ๋า… “รักที่หนึ่ง” ของหัวใจ
มิใช่ใคร “ลูก รัก แม่” แน่นิรันดร์